เมื่อตอนที่แล้วคุยถึงว่าผมบวชที่วัดอรุณฯ……

         นอกจากบวชที่นี่แล้ว ผมยังเรียนหนังสือที่วัดนี้ โดยในสมัยร.5เมื่อพระองค์ทรงปฏิสังขรณ์วัดอรุณฯครั้งใหญ่เสร็จประกอบกับพระองค์ ครองราชสมบัตินานเป็น 2เท่าของร.2ซึ่งเป็นเสด็จปู่ จึงโปรดเกล้าให้สร้างโรงเรียนตรงกุฏิเก่าด้านเหนือ พระราชทานนามว่า”ร.ร.ทวีธาภิเศก”ในปี 2441ซึ่งต่อมาได้ขยายร.ร.ไปที่วัดนาคกลาง

           รูปร.ร.ทวีธาฯวัดแจ้งเดิมสอน ม.1-ม.3 แต่ปัจจุบันเปลี่ยนระบบการศึกษา จึงเป็น “ร.ร.ประถมทวีธาภิเศก”

 พระบรมอนุสาวรีย์ร.5ที่ทวีธาฯวัดนาคกลาง

         ผมได้เข้าเรียน”ทวีธาฯ”วัดแจ้งในปีพ.ศ.2499 เรียนม.1-ม.2 และมาเรียนที่วัดนาคกลาง ม.3-ม.8ในปี2506(เป็นม.8รุ่นสุดท้าย ต่อไปเป็นม.ศ.1-ม.ศ.6)

สมัยเรียนวัดแจ้ง มีเพื่อนร่วมรุ่นประมาณ80คน เช่นพล.อ.เรืองโรจน์ มหาศารนนทร์ พล.อ.พิชิตฯ พล.ท.พัลลภฯ ทหารเรือเช่น พล.ร.ท.วีรศักดิ์ฯ พล.ร.ต. พิพัฒน์ฯ ทหารอากาศเช่น พล.อ.ท.วุฒินันทร์ฯ พล.อ.ต.สุพลฯ ตำรวจเช่นพล.ต.ต.บวรฯ พล.ต.ต.วินัยฯและเพื่อนๆในวงการราชการและเอกชน ที่สำคัญมีเพื่อน2คนช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนา คือ อิทธิไกรฯจบนิติฯธรรมศาสตร์ เป็นทนายตอนหลังบวชพระเป็นผช.เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง อ.จอมทอง อีกคนคือประสานหรือเม้ง จบจิตวิทยา ม. ธ. ปักหลักอยู่ศรีราชา อุทิศบ้านเป็นที่ปฏิบัติธรรมสายมหายาน รวมทั้งเป็นวิทยากรทางมหายาน และช่วยเหลือชาวบ้านแถบนั้น

             ชีวิตที่เรียนวัดแจ้งก็ได้วิ่งเล่นที่วัด เลิกเรียนมาเล่นฟุตบอลย์ที่หน้าวัด ที่สนามร.ร.จะมีสนามตะกร้อข้ามตาข่ายซึ่งได้ผลิตนักตระกร้อฝีมือดีมากมาย เพื่อนผม”พ.ต.อ. นพพันธ์ คำปุ้ย”ก็เป็นนักตระกร้อข้ามตาข่าย ร. ร.นายรัอยสามพราน    

             ตอนเริ่มเรียนที่วัดนาคกลาง อาคารเรียนยังมุงจาก พวกเราเรียก   ”  โรงเลี้ยงไก่”      ติดสนามฟุตบอลย์ ในช่วงนั้นทวีธาฯมีชื่อหลายด้าน ด้านประกวดภาพเขียน ก็ต้อง ยอดชาย เมฆสุวรรณ ด้านวงโยธวาทิตก็โด่งดัง ด้านกรีฑาก็ได้ถ้วยซึ่งรุ่นผมมีนักวิ่งฝีเท้าดีหลายคนเช่น”ชะเรียง แย้มน้อย” “น้อง” “เร” “เผ่า” “จี๋” ด้านยูโดเพื่อนผม ยุทธ มาอ่วม ก็ได้แชมป์ ด้านบาสเก็ตบอลย์ก็เด่น มีเพื่อนชื่อประเสริฐ2คนเป็นดาวเด่น

       ทวีธาฯถือเป็นลูก”เจ้าตาก”เพราะเดิมโรงเรียนอยู่ในเขตพระราชวังเดิม เพลงเชียร์สมัยนั้น จึงเริ่มต้นด้วย

          “ลูกเจ้าตาก ใจนักกีฬา ทวีธาฯชื่อเรายืนยง”

รูปศาลพระเจ้าตากที่วัดนาคกลาง:

เรื่องวงโยธวาทิต นั้นโด่งดัง สอนโดย ครู แสวง บุตรนำ้เพชร ผมจึงสมัครเข้าเรียนดนตรี      เป่าคราริเน็ต เพราะเห็นในหลวงทรงดนตรีชนิดนี้ เรียนได้ไม่เท่าไรยังเป่าไม่เป็นเลย เขาให้ออกงาน “อมปี่”ใส่ชุดลูกเสือเดิน Marching รู้สึกเขินๆแต่ก็ผ่านพ้นด้วยดี

        ต่อมาเขาให้วงโยธวาทิต ไปเล่นบนเวที งานวัดนาคกลาง ผมต้องไปเป็นตัวประกอบ”อมปี่” ขยับนิ้วตามจังหวะ แต่คราวนี้มีคนดูอยู่ติดเวที มีเสียงตะโกนแซว”อมปี่นี่หว่า” ตั้งแต่นั้นจึงพบว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ตัวเรา ประกอบกับสนามฟุตบอลย์อยู่ติดกับที่ซ้อมดนตรี จึงลาออกมาเล่นบอล เพื่อนที่รักดนตรีที่ยังยืนหยัดอยู่จนได้ดีเช่น พล.ท.พัลลภ เป่าฟรุต  “องอาจ” เป่าเบสใหญ่ “ตึ๋ง”เป่า ทรัมโบน

        ขอคุยถึงวัดนาคกลางซึ่งติดร.ร.ทวีธาฯและคลองมอญ เกิดจากการรวมวัด2วัดซึ่งสร้างสมัยกรุงศรีฯเข้าด้วยกันในสมัยต้นรัตนโกสินทร์เป็น”วัดนาคกลาง” สมัยร.3ได้ปฏิสังขรณ์และสถาปนาเป็นพระอารามหลวง

ศาลาริมนำ้คลองมอญ

โบสถ์สมัยปัจจุบัน:


วิหารหลวงพ่อโคนสมอมหาลาภ เป็น “ปางฉันสมอ”ประวัติกล่าวว่าเดิมอยู่ทางภาคเหนือและลอยตามน้ำมา ถูกอัญเชิญขึ้นที่วัดนาคกลาง เป็นพระพุทธรูปศักสิทธิ์ ผู้คนนับถือมาก

โบสถ์เก่าสมัยร.3หน้าบันมีลายปูนปั้นศีลปจีน

บริเวณวัดนาคกลาง สมัยนั้นจะเป็นลานตากผ้าย้อมมะเกลือ ข้างๆวัดติดคลองมอญมีโรงผลิตปูนกินหมาก มีบ้านเล็กบ้านน้อย อีกด้านเป็นบริเวณสวนบ้านเพื่อนผม ประณีต สิงห์พงษ์ อยู่แถวนี้

         ตอนเรียน ม.4-ม.5มีครูประจำชั้นชื่อ คุณครู ศรีปภัสสร์ พุ่มกุมาร นักเรียนทุกคนรักท่านมาก ท่านนอกจากจะเป็นครูแล้วยังเป็นเสมือนแม่ของนักเรียนทุกคน ติดตามสารทุกข์สุกดิบของนักเรียน ให้ความช่วยเหลือตักเตือน แก้ไขปัญหาทั้งทางบ้านและการเรียน แต่เป็นที่น่าเสียดายท่านได้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เวลากว่า50ปีมาแล้ว พวกเราทุกคนไม่เคยลืมท่าน”คนดี ไม่มีวันตาย….”

       เมื่อคิดถึงคุณครูศรีปภัสสร์ฯ ก็นึกถึงเพื่อนอีกคน”วิเศษ อานแก้ว” คนนี้เขามีจิตอาสา ทำหน้าที่ลูกเสือจราจรให้แก่โรงเรียนเด็กๆ ชั่วโมงแรกที่ครูศรีปภัสสร์ฯ สอน วิเศษฯจะเข้ามาเรียนสายหน่อยเพราะเพิ่งกลับจากบริการเด็กๆ แต่การเรียนของเขาไม่เสีย เขานั่งใกล้ผม ตอนคุณครูเรียกชื่อไล่กันมาจะเป็น”มังกร” “วิเศษ” 5555…

       ตอนเรียนม.5-ม.6ผมเป็นนักฟุตบอลย์รุ่นใหญ่ของโรงเรียนร่วมกับเพื่อน”นิพนธ์” สำหรับรุ่นกลางเพื่อนที่เล่นเก่งๆเช่น ภาคิไนย, ประณีต,เผ่า การแข่งขันจะทำกันที่สนามหลวง การเชียร์และแซวในสมัยนั้นแฝงความขบขัน “ผมกำลังเลี้ยงบอลย์ ไปยังแดนคู่แข่งขัน” กองเชียร์ของเขาข้างสนามจะแซวพร้อมชี้มาที่หน้าผม”หล่อนะ หน้าอย่างนี้กลมเชียว”..”เหมือน”…..แล้วทุกคนก็จะตะโกนพร้อมกันว่า”ไข่เหี้ย” ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไข่เหี้ยมันหล่อขนาดไหน…..555

        เมื่อจบชั้นม.6 เพื่อนๆต่างแยกย้ายไปอยู่โรงเรียนต่างๆเช่น เตรียมอุดม สวนกุหลาบ                 อำนวยศีลป์ เตรียมทหาร จ่าทหาร โรงเรียนพาณิชย์ ส่วนผมเรียนต่อม.7-ม.8ที่โรงเรียนเดิม

          โรงเรียนทวีธาฯมีศิษย์เก่า ที่มีพระคุณแก่โรงเรียนที่สำคัญคือ นาย อาทร สังขะวัฒนะ

        นาย สัญญา ธรรมศักดิ์

          พล.อ.สุจินดา คราประยูร

           ในวันปิดภาคเรียนใหญ่ในแต่ละปี จะมีงานวันปิดภาค โดยศิษย์เก่ามาช่วยงาน ตอนผมอยู่ม.8เป็นประธานนักเรียน จัดงานวันปิดภาคก่อนจบมีศิษย์เก่ารุ่นพี่มาช่วยที่จำได้คือ พี่ อำนวย สุวรรณคีรี  เราได้เชิญวงดนตรี”ชาโดว์”ของโรงเรียนพาณิชการธนบุรี

 ซึ่งมีศิษย์เก่าทวีธา เล่นอยู่ มาเล่นในหอประชุม วันนั้นสร้างความสนุกสนานมีทั้ง Elvis presley ,Cliff Ridchard ที่สำคัญมีนักร้องสาว”ผุสดี อนัคฆณตรี”ร้อง เต้นได้ประทับใจPepito ,Sad moviesฯลฯ

        จากทวีธาฯผมเข้าสู่ชีวิตในรั้วเหลือง-แดง

ติดตามตอนต่อไป”วัดใหม่พิเรนทร์”

Advertisements